ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการสูบบุหรี่ของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการสูบบุหรี่ของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
นักวิจัย : วิทยา พิเชฐวีรชัย
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พรชัย สิทธิศรัณย์กุล , สรันยา เฮงพระพรหม , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50538
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

จุดประสงค์: เพื่อทราบขนาดและการกระจายของการสูบบุหรี่ และปัจจัยที่สัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ของบุคลากรโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาภาคตัดขวาง โดยการสำรวจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยซึ่งได้รับการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ ผลการศึกษา: อัตราการตอบกลับของแบบสอบถามคิดเป็นร้อยละ 62.3 ของทั้งหมด (1,972 คนจาก 3,167 คน) มีผู้สูบบุหรี่จำนวน 120 คน (ร้อยละ 6.1) โดยฝ่ายบริหารงานทั่วไปมีสัดส่วนผู้สูบบุหรี่มากที่สุด (ร้อยละ 30.6) และตำแหน่งที่มีสัดส่วนผู้สูบบุหรี่มากที่สุดคือ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (ร้อยละ 38.8) ร้อยละ 90 ของผู้ที่สูบบุหรี่มีความรู้ในระดับดีและไม่มีความแตกต่างกับกลุ่มอื่นๆ ผู้ที่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ดีต่อการสูบบุหรี่มากกว่าผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่และกลุ่มที่เคยสูบบุหรี่ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ คือ เพศชาย (p-value < 0.01) ช่วงอายุ 41-50 ปี (p-value < 0.01) ระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี (p-value < 0.01) สถานภาพสมรส (p-value < 0.01) การดื่มสุรา (p-value < 0.01) การทำงานล่วงเวลา (p-value < 0.01) ระดับความเครียด (p-value < 0.01) รายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท (p-value < 0.01) และทัศนคติที่ดีต่อการสูบบุหรี่ (p-value < 0.01) ผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่ติดนิโคตินในระดับน้อย แต่มีความต้องการเลิกบุหรี่เพียงประมาณ 1 ใน 3 และมากกว่าครึ่งของผู้ที่สูบบุหรี่ไม่เคยได้รับคำแนะนำเพื่อเลิกบุหรี่เลย ปัจจัยที่ทำให้เลิกบุหรี่สำเร็จ คือ ครอบครัว (ร้อยละ 57.3) และการควบคุมตนเอง (ร้อยละ 37.3) สรุปผลการศึกษา: ถึงแม้สัดส่วนบุคลากรของโรงพยาบาลที่สูบบุหรี่จะอยู่ในระดับต่ำ แต่บุคลากรของโรงพยาบาลควรเป็นแบบอย่างที่ดีด้านสุขภาพให้แก่บุคคลทั่วไป ดังนั้นจึงควรส่งเสริมการเลิกสูบบุหรี่ให้แก่บุคลากรที่สูบบุหรี่ โดยการพัฒนาการเข้าถึงบริการคลินิกเลิกบุหรี่ การคัดกรองการสูบบุหรี่ และการรณรงค์เป็นโรงพยาบาลปลอดบุหรี่

บรรณานุกรม :
วิทยา พิเชฐวีรชัย . (2558). ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการสูบบุหรี่ของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิทยา พิเชฐวีรชัย . 2558. "ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการสูบบุหรี่ของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิทยา พิเชฐวีรชัย . "ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการสูบบุหรี่ของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
วิทยา พิเชฐวีรชัย . ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการสูบบุหรี่ของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.