ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกรุนแรงในผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อไวรัสเดงก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกรุนแรงในผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อไวรัสเดงก
นักวิจัย : ฉันท์สุดา พงศ์พันธุ์ผู้ภักดี
คำค้น : ไข้เลือดออก , ไข้เลือดออก -- ปัจจัยเสี่ยง , ไวรัสไข้เลือดออก , เด็ก -- โรค , Hemorrhagic fever , Hemorrhagic fever -- Risk factors , Dengue viruses , Children -- Diseases
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อุษา ทิสยากร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/49764
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

วัตถุประสงค์-เพื่อศึกษาปัจจัยที่เสี่ยงที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง หลังจากที่ติดเชื้อไวรัสเดงกี อันได้แก่ ปัจจัยด้านผู้ป่วย (เพศ, กลุ่มอายุ, ภาวะทางโภชนาการ) ปัจจัยด้านไวรัส (ซีโรทัยป์ของไวรัสเดงกี, การติดเชื้อแบบปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ และการเปลี่ยนแปลงทางโลหิตวิทยา (ปริมาณ D-Dimer) ซึ่งอาจนำไปสู่การพยากรณ์ความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสแดงกีได้ รูปแบบการวิจัย-การวิจัยเชิงวิเคราะห์ไปข้างหน้า สถานที่ศึกษา-หอผู้ป่วนแผนกกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ประชากร- ผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี ที่รับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้รับการวินิจฉัยทางคลินิกและผลทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสเดงกี ตั้งแต่ตุลาคม 2547 ถึง กันยายน 2549 วิธีการศึกษา-ผู้ป่วยที่เข้าร่วมการศึกษาจะได้รับการซักประวัติข้อมูลพื้นฐาน ชั่งน้ำหนักและเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจหาระดับแอนติบอดี แยกซีโรทัยป์ ตรวจระดับโปรตีน D-Dimer และบันทึกการวินิจฉัยสุดท้ายโดยแบ่งตามความรุนแรงของโรคตาม HOO Cretiria 1997 ผลการศึกษา – ผู้ป่วน 98ราย ได้รับการวินิจฉัยว่าติเชื้อไวรัสเดงกี แบ่งเป็นเด็กหญิง 45 รายเป็นเด็กชาย 53 ราย อายุโดยเฉลี่ย 10.07 ปี มีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้เดงกี 46 ราย (ร้อยละ 46.9) ไข้เลือดออก 52 ราย (ร้อยละ 53.1) พบว่าในวันที่รับผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ผู้ป่วย ร้อยละ 78.6 ยังคงอยู่ในระยะไข้ ผลการตรวจเลือดผู้ป่วยแสดงให้เห็นว่า การเพิ่มขึ้นของโปรตีน D-Dimer สัมพันธ์กับการเกิดไข้เลือดออกรุนแรง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.001) สำหรับเพศและอายุนั้นไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับความรุนแรง พบผู้ป่วยที่มีภาวะทางโภชนาการดีจำนวนมากกว่าแต่ไม่สัมพันธ์กับความรุนแรงของโรค ซีโรทัยป์ 2, 3 และการติดเชิ้อแบบทุติยภูมิมีสัดส่วนผู้ป่วยรุนแรงมากกว่า บทสรุป การเพิ่มขึ้นของโปรตีนดีไดเมอร์ในวันที่รับผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดไข้เลือดออกรุนแรงในผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อไวรัสเดงกี และอาจใช้เป็นตัวชี้วัดเพื่อพยากรณ์ความรุนแรงของการติดเชื้อไวรัสเดงกีได้

บรรณานุกรม :
ฉันท์สุดา พงศ์พันธุ์ผู้ภักดี . (2549). ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกรุนแรงในผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อไวรัสเดงก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฉันท์สุดา พงศ์พันธุ์ผู้ภักดี . 2549. "ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกรุนแรงในผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อไวรัสเดงก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฉันท์สุดา พงศ์พันธุ์ผู้ภักดี . "ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกรุนแรงในผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อไวรัสเดงก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
ฉันท์สุดา พงศ์พันธุ์ผู้ภักดี . ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกรุนแรงในผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อไวรัสเดงก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.