ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การทดสอบสอนภาษาไทยแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนตามหลักพหูสูต

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การทดสอบสอนภาษาไทยแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนตามหลักพหูสูต
นักวิจัย : วิไลวรรณ จันณรงค์
คำค้น : ภาษาไทย -- การศึกษาและการสอน (ประถมศึกษา) , การสอนตามหลักพหูสูตร , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน , การเรียนรู้ภาษา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุมน อมรวิวัฒน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2530
อ้างอิง : 9745682853 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48648
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อทดลองสอนภาษาไทยแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนตามหลักพหูสูตและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ครูสอนโดยใช้แผนการสอนตามหลักพหูสูตและที่ครูสอนโดยใช้แผนการสอนปกติ ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับการสอนโดยใช้แผนการสอนตามหลักพหูสูตและนักเรียนกลุ่มควบคุมที่ได้รับการสอนโดยใช้แผนการสอนปกติมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. นักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับการสอนโดยใช้แผนการสอนตามลักพหูสูตมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยหลังการสอนสูงกว่าก่อนการสอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. นักเรียนกลุ่มควบคุมที่ได้รับการสอนโดยใช้แผนการสอนปกติมีผลสัมฤทธิ์การเรียนวิชาภาษาไทยหลักการสอนสูงกว่าก่อนการสอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ในการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมความเป็นกัลยามิตร พัฒนาการทางภาษา ความรู้สึกต่อการเรียนวิชาภาษาไทย และลักษณะสังคมมิติ ผลการวิจัย พบว่า 1. นักเรียนกลุ่มทดลองเห็นว่าตนเองและเพื่อนปฏิบัติตนเป็นกัลยาณมิตรในระดับมาก ส่วนนักเรียนกลุ่มควบคุมเห็นว่าตนเองและเพื่อนปฏิบัติตนเป็นกัลยาณมิตรในระดับปานกลาง และนักเรียนทั้งสองกลุ่มเห็นว่าครูปฏิบัติตนเป็นกัลยาณมิตรในระดับมาก 2. นักเรียนกลุ่มทดลองเห็นว่าตนเองได้พัฒนาทักษะภาษาไทยทั้ง 4 ทักษะในระดับมาก ส่วนนักเรียนกลุ่มควบคุมเห็นว่าตนเองได้พัฒนาทักษะภาษาไทยทั้ง 4 ทักษะในระดับปานกลาง และครูประจำชั้นของนักเรียนทั้งสองกลุ่มเห็นว่านักเรียนได้พัฒนาทักษะภาษาไทยทั้ง 4 ทักษะดีขึ้นกว่าเดิม คิดเป็นร้อยละ 87.67 และ73.17 ตามลำดับ 3. นักเรียนกลุ่มทดลองและนักเรียกลุ่มควบคุมมีความรู้สึกทางบวกต่อการเรียนวิชาภาษาไทย โดยนักเรียนกลุ่มทดลองมีความรู้สึกทางบวกต่อการเรียนวิชาภาษาไทยสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุม 4. นักเรียนกลุ่มทดลองเห็นว่าการปฏิบัติตนเองกัลยาณมิตรของตนเอง ของเพื่อน และของครูมีผลดีต่อนักเรียนทั้งในด้านอารมณ์ สังคม และการเรียนรู้ 5. ความสัมพันธ์ของนักเรียนกลุ่มทดลองทั้งกลุ่มมีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น มีการจับกลุ่มย่อยภายในกลุ่มใหญ่ 1 กลุ่ม มีสมาชิกที่เลือกเพื่อนแต่ไม่ได้รับเลือกจากเพื่อนเพียงคนเดียว ส่วนความสัมพันธ์ของนักเรียนกลุ่มควบคุมมีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นเฟ้นเฉพาะภายในกลุ่มเพศเดียวกัน มีการจับกลุ่มย่อยภายในกลุ่มใหญ่ 3 กลุ่ม และมีสมาชิกที่เลือกเพื่อนแต่ไม่ได้รับเลือกจากเพื่อน 3 คน

บรรณานุกรม :
วิไลวรรณ จันณรงค์ . (2530). การทดสอบสอนภาษาไทยแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนตามหลักพหูสูต.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิไลวรรณ จันณรงค์ . 2530. "การทดสอบสอนภาษาไทยแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนตามหลักพหูสูต".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิไลวรรณ จันณรงค์ . "การทดสอบสอนภาษาไทยแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนตามหลักพหูสูต."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530. Print.
วิไลวรรณ จันณรงค์ . การทดสอบสอนภาษาไทยแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนตามหลักพหูสูต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2530.