ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปันส่วนสินเชื่อและการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ในประเทศไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปันส่วนสินเชื่อและการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ในประเทศไทย
นักวิจัย : สุกิจ ห่อวโนทยาน
คำค้น : การปันส่วนสินเชื่อ , อัตราดอกเบี้ย -- ไทย , ธนาคารพาณิชย์ -- ไทย , สินเชื่อ , อุปสงค์สินเชื่อ , อุปทานสินเชื่อ , ตราสารทางการเงิน , มาตรการทางการเงิน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2535
อ้างอิง : 9745799793 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/47719
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2535

การศึกษานี้มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาว่า การปันส่วนสินเชื่อมีในธนาคารพาณิชย์จริงหรือไม่ โดยอธิบายจากทฤษฎีการปันส่วนสินเชื่อของ Donald P. Tucker ที่พิจารณาว่า ตลาดสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์มีลักษณะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันไม่สมบูรณ์ ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้มีการปรับตัวที่ไม่สมบูรณ์ ขณะที่ปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่ออุปสงค์และอุปทานสินเชื่อ ได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ทำให้ในบางช่วงเวลาความต้องการเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมมากกว่าปริมาณเงินกู้ที่ธนาคารพาณิชย์ปรารถนาจะให้กู้ยืม ณ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์คิดกับลูกค้าชั้นดี ธนาคารพาณิชย์จะไม่พึงพอใจในคำขอเงินกู้ทั้งหมด การปันส่วนสินเชื่อจึงถูกนำมาใช้และเพื่อมิให้ผลตอบแทนจากการให้กู้ยืมลดลงต่ำลงไปจากเดิม ธนาคารจะคัดเลือกผู้กู้ยืม ทำให้ผู้กู้ยืมบางส่วนอาจได้รับสินเชื่อน้อยกว่าจำนวนที่ผู้กู้ยืมต้องการ และผู้กู้ยืมบางส่วนอาจไม่ได้รับสินเชื่อเลย แบบจำลองอุปสงค์และอุปทานสินเชื่อที่อยู่ในสภาวะไร้ดุลยภาพได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบว่าในช่วงเวลาใดที่อุปสงค์สินเชื่อมีมากกว่าอุปทานสินเชื่อ และจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าธนาคารพาณิชย์ได้ใช้การปันส่วนสินเชื่อในการจัดสรรสินเชื่อหรือไม่ การศึกษาพบว่าอัตราการปรับตัวของดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์มีค่าการปรับตัวเพียงร้อยละ 62.0 ต่อไตรมาส ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไม่สามารถขจัดอุปสงค์สินเชื่อส่วนเกิน และอุปทานสินเชื่อส่วนเกินในช่วงเวลาดังกล่าวได้หมดภายในหนึ่งไตรมาส ทำให้เกิดการปันส่วนสินเชื่อชั่วคราว และจากการศึกษาในช่วงปี พ.ศ. 2524 ถึง พ.ศ. 2533 พบว่าอุปทานสินเชื่อส่วนเกินกลับมีมากกว่าอุปสงค์สินเชื่อส่วนเกิน การปันส่วนสินเชื่อมีลักษณะไม่เข้มงวด ซึ่งมีผลทำให้ธนาคารพาณิชย์ขาดความระมัดระวังในการให้สินเชื่อ อีกทั้งในบางช่วงเวลาการปันส่วนสินเชื่อเกิดขึ้น มีอุปสงค์สินเชื่อเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว เงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์เพิ่มมากขึ้นตามมา ทำให้อัตราดอกเบี้ยปรับตัวเพื่อลดการปันส่วนสินเชื่อลง แต่ในบางช่วงเวลาการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยโดยทางการเป็นไปเพื่อผลในด้านอื่นๆ เช่น การแก้ปัญหาเงินเฟ้อ การแก้ปัญหาขาดดุลการชำระเงิน ได้ทำให้เกิดการปันส่วนสินเชื่อตามมา การปันส่วนสินเชื่อโดยธนาคารพาณิชย์ อธิบายได้เป็นเหตุเป็นผลในเชิงพฤติกรรม แต่จะต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายและไม่มากเกินไป อย่างไรตาม เพื่อประสิทธิภาพของการจัดสรรทรัพยากร ธนาคารพาณิชย์ควรลดทั้งอุปสงค์สินเชื่อส่วนเกินและอุปทานสินเชื่อส่วนเกินโดยให้ตลาดปรับตัวเข้าสู่ดุลยภาพโดยรวดเร็วมากที่สุดจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องมากกว่า เพื่อให้กลไกของอัตราดอกเบี้ยทำหน้าที่เป็นตัวจัดสรรสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารแห่งประเทศไทยควรให้มีการพัฒนาระบบธนาคารพาณิชย์ให้มีการแข่งขันเสรีมากขึ้น และให้ธนาคารพาณิชย์สามารถขยายบริการทางการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะในเองตราสารในการระดมเงินออม เช่น บัตรเงินฝาก (Certificate of Deposit) ซึ่งจะทำให้มีผู้ออมและผู้ลงทุนมากขึ้น ตลอดจนการพัฒนาตลาดเงิน (Money Market) อันจะส่งผลให้มีอัตราดอกเบี้ยที่สามารถใช้อ้างอิง (Bench Mark) ในการจัดสรรสินเชื่อให้มีประสิทธิภาพในที่สุด

บรรณานุกรม :
สุกิจ ห่อวโนทยาน . (2535). การปันส่วนสินเชื่อและการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุกิจ ห่อวโนทยาน . 2535. "การปันส่วนสินเชื่อและการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุกิจ ห่อวโนทยาน . "การปันส่วนสินเชื่อและการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2535. Print.
สุกิจ ห่อวโนทยาน . การปันส่วนสินเชื่อและการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2535.