ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาโครงการย่อย 1 สารต้านเอนไซม์ไฟว์แอลฟารีดักเทสในว่านมหาเมฆ : แผนการศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยาของสมุนไพรว่านมหาเมฆ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาโครงการย่อย 1 สารต้านเอนไซม์ไฟว์แอลฟารีดักเทสในว่านมหาเมฆ : แผนการศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยาของสมุนไพรว่านมหาเมฆ
นักวิจัย : กรกนก อิงคนินันท์ , เนติ วระนุช
คำค้น : ทางยา,ว่านมหาเมฆ,สมุนไพรว่านมหาเมฆ,สารต้านเอนไซม์ไฟว์แอลฟารีดักเทส
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ศึกษาสารออกฤทธิ์ต้านแอนโดรเจนในสารสกัดว่านมหาเมฆ โดยการใช้หลักการ Bioassay Guided Fractionation ในการแยกสารสกัด สำหรับ Bioassay ที่ใช้คือการทดสอบฤทธิ์ต้านฮอร์โมนแอนโดรเจน ในหลอดทดลองตามวิธีของ Ibata (1988)

บรรณานุกรม :
กรกนก อิงคนินันท์ , เนติ วระนุช . (2552). การศึกษาโครงการย่อย 1 สารต้านเอนไซม์ไฟว์แอลฟารีดักเทสในว่านมหาเมฆ : แผนการศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยาของสมุนไพรว่านมหาเมฆ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
กรกนก อิงคนินันท์ , เนติ วระนุช . 2552. "การศึกษาโครงการย่อย 1 สารต้านเอนไซม์ไฟว์แอลฟารีดักเทสในว่านมหาเมฆ : แผนการศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยาของสมุนไพรว่านมหาเมฆ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
กรกนก อิงคนินันท์ , เนติ วระนุช . "การศึกษาโครงการย่อย 1 สารต้านเอนไซม์ไฟว์แอลฟารีดักเทสในว่านมหาเมฆ : แผนการศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยาของสมุนไพรว่านมหาเมฆ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2552. Print.
กรกนก อิงคนินันท์ , เนติ วระนุช . การศึกษาโครงการย่อย 1 สารต้านเอนไซม์ไฟว์แอลฟารีดักเทสในว่านมหาเมฆ : แผนการศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยาของสมุนไพรว่านมหาเมฆ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; 2552.